โอ้สกันแบบรวบรัด! วันนี้ข้าพเจ้าจะขอมา พูดถึงผลงานวิจัยเรื่องหนึ่งด้วยความสะใจที่ว่า การเล่นเกมส์รุนแรงนั้น ไม่มีผลกระทบกับพฤติกรรมของเด็กๆแต่อย่างใด! โอ้ๆๆๆๆๆ เนื่องจากข้าพเจ้ากำลังเบื่อๆพวกคนที่ด่วนสรุป ด่วนโทษเกมส์อย่างไม่มีเหตุผล มั่วนิ่มขอแบนไว้ก่อน ไร้ข้อมูลยืนยัน แถมยังไม่ยอมเริ่มให้ความรู้เด็กๆอย่างจริงจังซะอีก (แต่พูดไว้ก่อนว่า ข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบเกมส์ที่เน้นความเสื่อมซะจนไร้สาระเหมือนกันนา แค่เบื่อๆความหัวโบราณของคนไทยบางคนแค่นั้น เช่น Counter Strike = เกมส์สอนเด็กให้เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นต้น )
ที่มาของข้อมูลดังกล่าว - พอดีข้าพเจ้าไปอ่านเจอจากหัวข้อข่าวใน Cnet Japan (แบบเต็มๆดูได้ ที่นี่ ) เอาว่าถ้าข้าพเจ้าแปลผิด หรือ Cnet มันชอบมั่วข่าวแบบเว็บข่าวของไทยบางเจ้าขึ้นมาละก็ รบกวนช่วยแจ้งให้ข้าพเจ้ารู้ด้วยละกัน จะได้แก้ให้ถูกต้อง <- เพราะส่วนตัวเกลียดคนเขียนข่าวที่ชอบปั้นเรื่อง
รายละเอียดของผลงานวิจัย - งานวิจัยนี้ถูกเสนอโดย นักวิจัยสองนายในรั้วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จุดประสงค์ก็เพื่อศึกษาว่าเด็กที่เล่นเกมส์ที่มีความรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในชีวิตประจำวันรึเปล่า โดยผลที่ได้คือ ... ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าเกมส์รุนแรงนั้นจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรงแต่อย่างใด ผลงานวิจัยดังกล่าวนับว่าขัดแย้งกับความเข้าใจของคนส่วนใหญ่อย่างรุนแรง (แหงล่ะ!) โดยงานวิจัยนี้ใช้งบประมาณถึง 1,500,000 ดอล และเริ่มการทดลองเมื่อปี 2004 กับเด็กถึง 1,200 คนด้วยกัน มีการแบ่งกลุ่มทดสอบเป็นสองกลุ่มโดยให้เล่นเกมส์ที่มีความรุนแรงสูงอย่าง "Grand Theft Auto" (อัดคนที่เดินบนถนนเพื่อเอาเศษเงินก็ยังได้) กับเกมส์ที่ไม่ค่อยมีความรุนแรงอย่าง "The Sims" (กุ้กกิ้กน่ารัก แต่ฟังมันพูดไม่ออกซํกกะคำ )

(GTA : เกมส์สุดโหดที่ตกเป็นขี้ปากของคนชอบมั่วมานักต่อนัก)
VS.
(The Sims : เกมส์สร้างสรรค์ ไร้พิษภัยที่ใครๆต่างก็ยอมรับ)
คุณ Lawrence Kutner กับคุณ Cheryl Olson นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่า การเล่นเกมส์ที่มีความรุนแรงนั้น ก็เหมือนกับการระบายความเครียดอย่างหนึ่ง แต่แน่นอนว่าเด็กที่เล่นเกมส์รุนแรงเป็นเวลานานมากๆ จะแสดงให้เห็นถึงความอยากที่จะต่อสู้ซึ่งมักจะถูกแสดงออกในรูปแบบของการละเล่น แต่อย่างไรก็ดีพฤติกรรมดังกล่าวก็สามารถถูกพบได้ทั่วไปในเด็กๆที่ดูหนังแฺอ็คชั่นตามปรกติ (นึกภาพเด็กๆที่ดูไอ้มดแดง อุลตร้าแมน แล้วออกมาแอ็คท่าเล่นกันซิ ... เอาว่าถ้าจะแบนเกมส์แบบมั่วนิ่ม ก็แบนทุกสื่อที่ทำให้เด็กๆอยากเอามาแสดงเล่นกันให้หมดละกันนะ ... แน่จริงก็ทำเซ่!)
ในปัจจุบันนอกจากนักจิตวิทยาทั้งสองท่านนี้แล้ว ยังมีนักจิตวิทยาอีกหลายท่านที่เชื่อว่า เกมส์นั้นจะส่งผลกระทบในด้านบวกแก่เด็กๆ โดยนาย Steven Johnson ก็ได้สนับสนุนความเห็นดังกล่าวในผลงานของเขาที่มีชื่อว่า "Everything Bad is Good for You: How Today's Popular Culture is Actually Making Us Smarter" (ของแย่ๆที่ดีต่อคุณ : วัฒนธรรมป็อบในปัจจุบันกลับสามารถทำให้เราฉลาดขึ้นได้อย่างไร)
อนึ่ง ผลงานวิจัยของนักจิตวิทยาทั้งสองท่านนี้จะถูกรวบรวมและนำเสนอในชื่อ "Grand Theft Childhood: The Surprising Truth About Violent Video Games" ... ใครสนใจก็รออ่านได้เด้อ