ทั้งนี้ "บังยี" เปิดเผยกับทีมข่าว MGR Sport ว่า "ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนฟุตบอลทำให้ต้องเพิ่มการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยใน 240 นัดของฤดูกาลนี้จะมีการถ่ายครบทุกนัด เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนบอล"
โดยการถ่ายทอดสดครั้งนี้ สยามกีฬาทีวี จะได้ถ่ายทอดสดถึง 120 นัด ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งในบางนัดอาจจะเป็นการร่วมมือกันถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ด้วย ส่วนช่อง สทท.11 จะได้ถ่ายทอดสด 60 นัด เน้นเฉพาะการแข่งขันในเวลา 17.00 น. ของคู่ฟาดแข้งวันเสาร์-อาทิตย์เช่นกัน ขณะที่ ทรูสปอร์ต นั้นได้ถ่ายทอดสด 30 นัด ทางช่องทรูสปอร์ต 2 พร้อมกับแบ่งเป็นเลกละ 15 นัด ด้านสถานี ทีสปอร์ต ก็จะได้ถ่ายทอดสด 30 นัดเช่นกันทางช่องทรู 109
สรุปง่ายๆ
1 สัปดาห์แฟนบอลไทยจะได้ดูฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกถึง 8 คู่ เต็มอิ่ม
พร้อมกันนี้ประมุขสมาคมลูกหนังไทยยังเปิดเผยด้วยว่าจากค่าลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดสดครั้งนี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลจะนำเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท พร้อมกับเงินสนับสนุนของสมาคมฟุตบอลเองจำนวน 1 ล้านบาท มอบให้กับ 16 สโมสรของไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งรวมแล้วแต่ละทีมจะได้รับเงินจากงานนี้รวม 2.5 ล้านบาท
แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขของการเซ็นสัญญาถ่ายทอดสดของศึกลูกหนัง ไทยพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ทว่ามีการคาดการณ์กันว่าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมไทยพรีเมียร์ลีก จะได้รับเงินจำนวนถึง 300 ล้านบาทในระยะเวลาสัญญา 5 ปี
อ่านเนื้อข่าวเพิ่มเติม
http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000033887