|
endoo108
บุคคลทั่วไป
|
 |
« เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 04:05:22 AM » |
|
หลังจากที่ได้ชมเกมส์การแข่งขันของทีมชาติเยอรมันตั้งแต่ ต้นมาจนถึงบัดนี้ บอกได้คำเดียวค่ะว่า ทีมชาติชุดนี้ เป็นทีมชาติชุดที่เล่นได้เป็นธรรมชาติที่สุดเท่า ๆ ที่เคยเห็นมา และก็อาจดูไม่มากไปนัก หากจะพูดว่า พวกเขาเป็น "ทีมชาติที่ดีที่ สุด" ที่เคยเห็นมาเช่นกัน
ก่อนที่จะเข้ามาถึง รอบนี้ บอกตามตรงว่า ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะสามารถเข้ามาได้ถึงรอบนี้ด้วยซ้ำไป ด้วยความที่ทั้งทีมเป็นทีมคนหนุ่ม ที่ถูกสร้างมาในทีมชุด U21 ดังนั้นในแง่ประสบการณ์กับเกมส์ใหญ่ ๆ เยอรมันชุดนี้ย่อมเป็นรองอย่างช่วยไม่ได้ แต่เมือเกมส์ดำเนินมาจนถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายนี้แล้วก็พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า พวกเขามาได้มากกว่าที่คิด มากกว่าที่ใคร ๆ จะคาดหวังเอาไว้ ดังนั้นจึงถือได้ว่า "ทีมแห่งอนาคต" ทีมนี้ได้กำไรแล้ว ณ จุดนี้ ดังนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะผ่านเข้าไปได้ หรือไม่ พวกเขาก็ถือว่าทำได้อย่างดีที่สุดแล้วในเกมส์ฟุตบอล
แต่ กว่าที่พวกเขาจะมา ณ จุดนี้ ไม่ได้มีเพียงผู้เล่น 23 คนและ บุนเดสเทรนเนอร์อีกเล็กน้อยอย่างที่เราเห็นจนชินตาที่ริมสนาม แต่กลับมีทีมงานระดับที่เรียกว่ามืออาชีพในงานด้านนี้ ปลุกปั้นให้พวกเขาเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่ บอกได้คำเดียวค่ะว่า พวกคุณนั้น สุดยอดยิ่งกว่าใครทั้งหมด
ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกโพสต์ขึ้นที่เวปพันทิปดอทคอม ซึ่งเจ้าของเรืองทั้งหลายต้องการให้เรืองนี้ได้เผยแพร่สูสารธารณชน เพื่อเป็นการขอบคุณและให้เกียรติแก่ทีมงาน และบรรดานักเตะที่สามารถก้าวข้ามขวากหนามต่าง ๆ มาจนถึง ณ ขณะนี้ เชิญรับทราบ “กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด เกมลูกหนังเป็นไปเช่นนั้น แต่ออกดอกคราใด ล้วนงามเด่น”ขออนุญาตแปลงเนื้อหาวาทกรรมที่ ไพเราะ เรื่องการศึกษาที่เราได้ยินได้ฟังกันมาอยู่บ่อยๆ ให้เป็นเรื่องของเกมลูกหนัง เท่าที่ชมเกมฟุตบอลโลก รอบแรก มานถึงคืนวันจันทร์นั้น ดูจะมี 2 ชาติลูกหนัง ที่มีการ “เปลี่ยนกลยุทธ์” ปรับโฉมลีลาลูกหนังให้ต่างไปจากเดิมในแนวทางที่ดีขึ้นเยอะเลย
เกาหลี ใต้ เป็นแบบอย่างที่ดูจากเอเชีย ที่ซัดแชมป์ยุโรป 2004 ซะม่อยกระรอก
ด๊อยท์ซลัน ด์ ทีมชาติอินทรีเหล็กในเวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับแต่งให้ต่างไปจากเดิม ความ หลากหลายวัฒนธรรมในทีม ที่ นสพ.มาร์ก้า ของสเปน เคยเอ่ยเอาไว้ถึง “ลามานซาฟท์” ตั้งแต่ยุค เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เข้ามากุมบังเหียนใหญ่ในปี 2004 มีการรื้อปรับระบบจนเริ่มผลิดอกออกผลมาบ้างแล้ว
แม้ว่าตำนานลูกหนัง อินทรีเหล็กจะมีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาเนิ่นนาน แต่เสียงชมที่เกิดขึ้นหลังเกมถล่มซอคเกอร์รูส์ มีน้อยครั้งมากที่ออกมาแบบนี้ จากสื่อนอกเยอรมัน “เยอรมัน ทำได้ยอดเยี่ยมเหนือชั้นเสมอมา แต่ครานี้ด้วยเกมลุกหนังที่ไม่เคยได้เห็นเช่นนี้มาหลายปีมากแล้ว” นสพ.สปอร์ต ของสเปน แสดงความชื่นชม
คอร์เอเร่ เดลล่าเซร่า จากอิตาลี บอกว่า “เยอรมันยุคใหม่ ส่งแฟนตาซี สู่การเป็นขุมอำนาจ”
เอคสตรา ลาเดต ของเดนมาร์ก กล่าวว่า “ที่ผ่านมา สัญญลักษณ์ของเอกบุรุษของเยอรมัน คือ ความสามารถในการประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องสวยงามอะไร แล้วตรงนี้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อพวกเขาเล่นเกมที่สนุกสนานเพลิดเพลินจำเริญตาให้แฟนของอินทรีเหล็กด้วย”
ชัย ชนะ 4-0 เหนือออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นแค่ชัยชนะนัดหนึ่งเท่านั้น มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงเกมลูกหนังยุคใหม่ของเยอรมัน ไม่มีอีกแล้วเกมที่แข็งทื่อ แต่เป็นเกมเล่นชิ่งผ่านบอลที่มีเสน่ห์ โยกี้ ทำได้อย่างไร ที่จู่ ๆ เยอรมัน ก็ร่ายมนต์ลูกหนังออกมาแล้วทำให้ฝันถึงการคว้าแชมป์ได้ ?
เลิฟตอบสั้น ๆ ตามสไตล์ในวันแถลงข่าวหลังเกมการเตะ 1 วัน ในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า
“นี่ เป็นผลจากการทำงานหนักของเราจากช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา”
ชาว ด๊อยท์ชนั้นขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการทำงานอะไรก็ตามทีจะทำโดยมีการเตรียมการ อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เลิฟเดินทางไปแอฟริกาใต้ก่อนอลโลกจะเริ่มขึ้น 3 ครั้ง จัดแจงสั่งการให้ปรับเปลี่ยนหญ้าที่สนามฝึกซ้อมของเยอรมัน สภาพของพื้นสนามให้เหมือนสนามแข่งขัน
ถึงขนาดที่การเดินทางจากโรงแรม ที่พักของทีมไปยังสนามบิน ยังมีการจับเวลากันเป๊ะวันหมดไปกี่นาที กี่วินาที เลิฟนำเอาภาพที่บันทึกด้วยวีดีโอในการฝึกซ้อมมาฉาย-อธิบาย-วิเคราะห์ให้นัก เตะลูกทีมได้ฟังเป็นกลุ่ม ๆ เฉพาะเรื่องไปในระบบ 3 มิติ ตั้งแต่การเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงแรกที่ชิชิลี ที่เลิฟดึงปลั๊กทีวีในห้องออก เขาไม่ต้องการให้มีอะไรมารบกวนเบี่ยงเบนความสนใจ เลิฟไม่เคยเข้านอนก่อนเที่ยงคืน เขาขอพูดคุยปรึกษาหารือกับเหล่าทีมงาน ผู้ช่วยเทรนเนอร์ ฟลิค โค้ชนายทวารค๊อปเค่ และผู้จัดการทีม เบียร์ฮอฟ
เขา เน้นในเรื่องของความฟิตอย่างเต็มที่ แซดฟอร์ไซต์ หัวหน้าทีมฟิตเนสเทรนเนอร์ โยกย้ายจากอเมริกามาทำงานกับเยอรมันเมื่อ 1 ขวบปีก่อน โดยสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสโมสรในบุนเดสลีกา มีการบอกต่อ ๆ ถ่ายทอดความรู้จากกูรูฟิตเนสคนนี้ต่อไปยังสโมสร เพื่อที่จะได้สามารถทำงานกับนักเตะแต่ละคนตามความเหมาะสม ตามสภาพที่เป็นอยู่ การฝึกซ้อมที่นักเตะแสนเกลียด การกระโดดสูงออกทางข้างข้ามสายยางที่ยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หนักไปก่อน แล้วสบายเมื่อปลายมือ การฝึกซ้อมที่พิโรลใต้ เลิฟแบ่งพื้นที่ในสนามให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เพื่อให้การฝึกซ้อมแบ่งโวนกันบรรลุผลอย่างเต็มที่ อย่างที่ หลุยส์ ฟาน กัล ทำกับบาเยิร์นเช่นกัน ถึงขนาดที่ดาวรุ่งพุ่งแรงหมายเลข 13 โธมัส มุลเลอร์ เอ่ยปากเปรียบเปรยว่า “เราเล่นแบบ หลุยส์ ฟาน เลิฟ”
บา เยิร์นบล็อกของเลิฟ ที่มีตัวหลักอย่าง ลาห์ม, ชไวนี่, บาตสตูเบอร์, มุลเลอร์ และ โคลเซ่ แสดงออกซึ่งความเชื่อมั่นในตนเอง และรู้จักระบบของเลิฟเป็นอย่างดีที่ให้ครองบอลมาก ขยับเกมกระชับพื้นที่ และโจมตีแบบสายฟ้าแลบ เหมือนที่เขาคุ้นเคยมาในสโมสร
ปี 1974 ด๊อยท์ลันด์ก็เคยคว้าแชมป์ลูกหนังโลกด้วการใช้ “บาเยิร์น-บล็อก” 6 คน ซึ่งก็มี ไมเออร์, เบ็คเคนเบาเออร์, ชวาร์ซเซ่นเบ็ค, ไบรท์เนอร์, เฮอเนส และ มุลเลอร์ ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศ เลิฟพูดถึงเรื่องนี้ว่า
“หลุยส์ ฟาน กัล ให้คุณค่าต่อแท็กติกและระบบเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับผม การแบ่งโซนที่ดีเท่านั้นจึงจะสามารถเล่นเกมลูกหนังที่ดีได้”
การ ส่งผ่านลุกในทางลึกของ โอซิล, โพลดี้ หรือ ชไวนี่ มีการฝึกซ้อมให้เข้าขากันมาเป็นหลายพันครั้ง และการเล่นกับสมการ โอซิล-มุลเลอร์, โอซิล-โคลเซ่, โพลดี้-โคลเซ่ ที่เลิฟ เรียกว่าการเล่นแบบ “แท็ก-แท็ก”
สำหรับซุปเปอร์ดาวรุ่ง เมซุต โอซิล เขาหนีบเอา เบนจามิน คูเกิล เทรเนอร์เรียกความฟิตของเบรเมน มาคอยดูแลเป็นการเฉพาะ เกมเจอออสเตรเลียก่อนที่พ่อหนุ่มหน้ามนคนนี้จะถูกเปลี่ยนตัวออกมาในนาที 74 นี้ เขาวิ่งไป 9.03 กม. เป็ค่าที่สุดยอดสำหรับนักเตะที่เป็นเพลย์เมคเกอร์ของทีม เลิฟเน้นที่พลังของกลุ่ม แจกจ่ายสายรัดข้อมือ ดำ-แดง-ทอง ตามสีธงชาติของเยอรมัน กับเบียร์โฮฟเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียว “ทีม โกลต์” ให้นักเตะทุกคนยันบรรดาบุคลากรที่คอยดูแลทีมทั้งปวงเป็นสัญญลักษณ์บ่งบอกว่า เราคือ “ทีมเดียวกัน”
มาร์ก้า นสพ.ยักษ์ใหญ่ของสเปน กล่าวถึงรูปแบบเกมของเยอรมันที่เปลี่ยนไปว่า
“ด๊อยท์ชลัน ด์ ค้นพบตัวตนใหม่แล้ว ทีมชาติอินทรีเหล็กชุดนี้ต่างไปจากชุดก่อนที่ผ่าน ๆ มา พวกเขาอยากได้ลูกหนังและปฏิบัติต่อมันด้วยความนุ่มนวล พวกเขาเล่นฟุตบอลด้วยไวโอลีน”
เสียงของไวโอลีนไพเราะเพราะ พริ้งเพียงใด คอลูกหนัง-คอดนตรีทั้งหลายคงซาบซึ้งอยู่ในใจเป็นอย่างดี เยอรมันได้สร้างสไตล์ใหม่ของตนเอง เหมือนที่บาเยิร์นสร้างสไตล์ของสโมสรในครึ่งซีซันหลัง เหนือชั้นอย่างเต็มที่และบุกอย่างเต็มพลัง ควบคุมเกมตอนแรกด้วยความเร็วปานกลาง ในจังหวะอันเหมาะสม และก็ระเบิดตูมออกมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ฟีฟ่าบันทึกสถิติไว้ว่า เกมเจอออสเตรเลีย เยอรมันผ่านลูก 616 ครั้ง ผ่านในระบปานกลาง 396 ครั้ง โดยยิงแม่นยำ 83 เปอร์เซนต์ โดยตัวเลขการผ่านลูกเยอะ 616 ครั้งแบบนี้ ที่ผ่านมาในโลกลูกหนังมีเพียงสเปนชาติเดียวเท่านั้นที่ทำได้
พื้นฐาน ที่ “คลินซี่” ดำริริเริ่มเอาไว้เมื่อปี 2004 และเลิฟรับมาสานต่อ เริ่มผลิดอกออกผลแล้วในเวลานี้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
endoo108
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 04:55:07 AM » |
|
“ปี 1954 นักเตะยังต้องหิ้วสตั๊ดไปเองอยู่เลย ที่มาเลนเต้ ตอนที่เราเก็บตัวในปี 1974 เรามีคณะผู้ดูแล 5 คนในการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ในปี 1990 นั้น อยู่แถวๆ 10 คน เดี๋ยวนี้ เราต้องใช้รถบัส 1 คัน สำหรับทีมงานที่คอยดูแล” ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ อดีตนักเตะและทีมเชฟผู้คุ้นเคยกับทีมเป็นอย่างดี” พูดถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด
แพทย์ประจำทีม นำโดย ฮันส์-วิ ลเฮล์ม มุลเลอร์-โวห์ล ฟาร์ส ดูแลทีมมาตั้งแต่ปี 1995 ขณะที่นักจิตวิทยา ฮันส์-ดีเตอร์ แฮร์มันน์ เข้ามาจับงานตั้งแต่ปี 2004
การ ดูแลกล้ามเนื้อนักเตะมีนักกายภาพบำบัด โดยมี เคล้าส์ เอเตอร์ ผู้อยู่มาตั้งแต่ปี 1988 เป็นหัวหน้าชุดเด็มไปด้วยฟิตเนสกูรูจากสหรัฐฯ แซต ฟอร์ไซต์ กับทีมงานอีก 3 คนของเขา ในบรรดาจอมเก๋า เบื้องหลังทีมก็มี มาน เฟรด เดรกซ์เลอร์ อดีตนักเตะอาชีพในบุนเดสลีกา ผู้ซึ่งปัจจุบันดูแลให้บริการอุปกรณ์อาดิดาสให้ทีม อยู่กับทีมตั้งแต่ปี 1985 จอร์จ เบห์เอา รับบทเป็นหัวหน้าออฟฟิสของทีมชาติ จัดการและวงางแผนทั้งหมด โดยประสานกับ เฮลมุท สปาห์ม เรื่องการรักษาความปลอดภัยของทีมด้วย
นอกจากบอดี้การ์ด 2 คน ที่ร่วมทีมไปด้วยแล้วนั้น ยังมีทีมงานจากหน่วยปราบอาชญากรรมของเยอรมันคอยป้องกันนักเตะทีมชาติด้วย
ทีม งานทั้งสิ้นมีหน่วยงานย่อยดังนี้ : สตาฟ์เทรนเนอร์, ผู้จัดการทีม, ฟิตเนสเทรนเนอร์, แพทย์, นักจิตวิทยา, นักกายภาพ, การจัดการ, สื่อ, พ่อครัว, แมวมอง, ล่าม, การตลาด, ผู้รักษาความปลอดภัย และ บอดี้การ์ด ทีมงานอินทรีเหล็กเตรียมการสำหรับนักเตะเล่นบนสนามบอลบนที่ราบ สูงของอาฟริกาใต้ในการเตรียมตัวเพื่อเล่นในสนามบอลบน พื้นที่สูง (สนามที่แอฟริกาใต้ที่เยอรมันเล่นรอบแรกนัดสุดท้ายกับกาน่าจะมีขึ้นที่ความ สูง 1,700 เมตร) ทีมงานอินทรีเหล็กก็ใช้เวลานานนับเดือนในการเตรียมตัวนักเตะ มีการทดสอบการเร่งในภาวะความเครียดเสมือนปฏิกิริยาของนักเตะบนพื้นที่ราบสูง
โดย 2 แมทช์แรก เจอออสเตเลียและเซอร์เบีย มีที่ความสูงระดับน้ำทะเล ซึ่งต้องมีการปรับตัวของนักเตะเตะเข้ากับสภาพภูมิอากาศ ถ้าทำไม่ได้ก็มีแผนฉุกเฉินโดยโรงแรมมีถังออกซิเจน, หน้ากากหายใจ ท่ออากาศ ที่ดูดปาก และอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย เป็นอุปกรณ์ที่จะรักษาปริมาตรของปอดไว้ให้เท่าเดิม
คาร์ร่า โวยเบียร์คุ้นเคยจาบูลานี่ก่อนชาติอื่น เจมี่ คาร์ราเกอร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ เชื่อว่า เยอรมัน ได้เปรียบกว่าชาติอื่นในศึกฟุตบอลโลก 2010 เนื่องจากมีเวลาถึง 4 เดือนในการสร้างความคุ้นเคยกับ "จาบูลานี่" ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ จนส่งผลให้สามารถโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีในการประเดิมสนาม
ลูกฟุตบอล เจ้าปัญหาได้รับการเปิดตัวโดย "อาดิดาส" ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับสโมสรในศึกบุนเดสลีกา เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยดาวเตะวัย 32 ปี จาก ลิเวอร์พูล เชื่อว่า ทัพนักเตะ "อินทรี เหล็ก" ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากการได้ใช้ลูกบอลดังกล่าวก่อนชาติอื่น จนสามารถโชว์ฟอร์มถล่ม ออสเตรเลีย ได้ถึง 4-0 ในเกมเปิดสนาม เวิลด์ คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา
คาร์ราเกอร์ เผยว่า "นั่น เป็นเรื่องที่ชัดเจน เราพูดเนื่องจากเราได้ดูอยู่ มันสร้างความได้เปรียบ แน่นอน มันเป็นเรื่องจริงและชัดเจน ลูกบอลมันแตกต่างไปมากในการซ้อมทุกๆ วัน เราจะต้องซ้อมรับส่งบอลระยะ 30 ถึง 40 หลา กับเพื่อนสองคนแบบตัวต่อตัว ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว ผมมั่นใจว่ามันช่วยให้พวกเขาได้เปรียบ"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
NoCoke
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 10:54:56 AM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
♣ Darth Vader ♣
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 04:39:35 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
Do Not Underestimate The Power Of The Dark Side
|
|
|
|
13@kwun
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 09:05:55 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ooh-
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 09:48:39 AM » |
|
อินทรีย์ อย่างไรก็เป็น อินทรีย์ ไม่เหมือนไก่...ดีลงหม้ออย่างเดียว ~!!! 
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
 อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี 
|
|
|
|