
เกมอุ่นเครื่องของทีมไทยชุดอชก. ที่ไทยญี่ปุ่น ทำงามใส้ ต้องไล่ตามตีเสมอนาทีสุดท้าย 2-2 แบบน่าแพ้ หลังจากนี้ไทยมีคิวบินไปกว่างโจววันที่ 5 พ.ย.นี้ ก่อนลงเตะนัดแรกกับปากีฯ วันที่ 7 พ.ย.นี้ 6 โมงเย็นตามเวลาบ้านเรา
การแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องของทีมชาติไทยชุดเอชี่ยนเกมส์ที่เปิดสนามพบกับ ทีมชาติเติร์กเมนิสถานชุดเอเอชี่ยนเกมส์ ในวันอังคารที่ 2 ต.ค.53 ที่สนามไทยญี่ปุ่น ดินแดง โดยการอุ่นเครื่องเกมนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่องนัดเดียวของทีมชาติไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬากีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 16 กว่างโจวเกมส์ ที่สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน โดยทีมชาติไทยจะลงเตะนัดแรกกับปากีสถานในวันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค.นี้
โดยในเกมนี้ ไบรอัน ร็อบสัน เฮดโค้ชทีมชาติไทยพักผู้เล่นตัวหลักจากเมืองทอง และชลบุรี เอาไว้ ไม่มีแม้กระทั้งรายชื่อตัวสำรอง นักเตะส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานกันระหว่างนักเตะ 20 คนแรก กับนักเตะชุดสำรองนำโดย กีรติ เขียวสมบัติ,อนาวิน จูจีน และ สุจริต จันทกล ส่วนทีมเยือนก็จัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามกันครบครัน โดยมี มินกาซอฟ คามิล เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน แม้เกมนี้จะเปิดให้แฟนบอลเข้าชมฟรี แต่สนามก็ค่อนข้างโล่งโจ่ง มีเพียงแฟนบอลฝั่งอัฒจันทร์มีหลังคาเท่านั้นที่เข้ามาชมเกมนัดนี้
เกมครึ่งแรก
เกมในครึ่งเวลาแรกผ่านไป 20 นาที แทบจะไม่มีอะไรให้น่าพูดถึง ทั้งสองทีมยังประติดประต่อเกมได้ไม่ดีทั้งสองฝ่าย แม้ทีมชาติไทยจะครองเกมได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้เลย ส่วนใหญ่จะเป็นการวางบอลยาวไปให้กองหน้าตัวเป้าอย่าง กีรติ เขียวสมบัติ แต่ “เจ้าป็อป” ก็ยังเก็บบอลไม่ได้เลยแม้แต่จังหวะเดียว
ส่วนทีมเยือนเติร์กเมนิสถานก็อาศัยรอสวนกลับอย่างมีวินัยและได้สอดขึ้นมาเป็นระยะๆ และแล้ว น.24 ไทยเราก็ถูกเติร์กฯ นำจนได้ จากการตัดเกมได้ในแดนกลางฝั่งซ้ายของ เฮนเกลดิเยฟ กูวานช์ แล้วลากเดี่ยวไปจนถึงสุดเส้นหลังเปิดตบเรียดมาในเขตโทษ เกลดิเยฟ เซอร์ดาร์ วิ่งเข้ามาแปง่ายผ่านมือ แซมมวล เข้าไป เติร์กเมนิสถานบุกนำไทยก่อน 1-0
ผ่านมาถึงช่วง น.40 ไทยเกือบเสียประตูที่สองจากการเลี้ยงบอลเข้าไปยิงมุมแคบของ โบลิยาน อเล็กซานเดอร์ แต่หลุดสามเหลี่ยมออกไปนิดเดียว ไทยเรามาได้ลุ้นครั้งแรกและครั้งเดียวในเกมนาทีสุดท้ายจากการเลี้ยงบอลไปทางกราบขวาของ อนาวิน จูจีน ก่อนจะเปิดโค้งมาที่เสาแรก กีรติ เขียวสมบัติ โถมตัวพุ่งโหม่งแต่ไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรกไปแบบน่าอนาถอนาคตทีมชาติไทย ตามหลังเติร์กเมนิสถานอยู่ 0-1
เกมครึ่งหลัง
ในครึ่งหลังทีมชาติไทยเปลี่ยนผู้เล่นถึง 4 คน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ลงมาเฝ้าเสาแทน แซมมวล ต่อด้วย จักพันธ์ พรใส ลงมาแทน วิชะยา เดชมิตร,ไกรกิตติ อินอุเทน แทน ธีราทร บุญมาทัน และ รณชัย รังสิโย แทน กีรติ เขียวสมบัติ และเริ่มต้นครึ่งหลังมา น.49 ไทยก็ตีเสมอได้สำเร็จ การการยิงไกลหน้าเขตโทษของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ด้วยซ้ายบอลเสียเสาเข้าไป ไทยตามตีเสมอเป็น 1-1
แต่แล้ว น.59 จากความผิดพลาดกันเองของกองหลังทีมไทยไปเสียบอลกันเองง่ายๆ ในเขตโทษ ทำให้ แอสตานอฟ อูมิดจาน ตัวสำรองเก็บส้มหล่นซัดเต็มข้อเข้าไป เติร์กเมนิสถานขึ้นนำไทยอีกครั้งเป็น 2-1 หลังจากนั้นทีมชาติไทยก็มีการทยอยเปลี่ยนตัวสำรองลงมา และบุกอย่างหนักหวังทวงประตูคืนให้ได้ น.77 ไกรกิตติ อินอุเทน ที่ลงไปเล่นในครึ่งหลังก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องหามออกไปอีก ร็อบสัน ต้องส่ง ชนานันท์ ป้อมบุบผา ลงไปเล่นแทน
เกมของทีมชาติไทยยังไม่ดีขึ้น เข้าถึงช่วง 10 นาทีสุดท้ายยังคงตามหลังทีมเยือนอยู่เหมือนเดิม เกมล่วงเลยมาถึงนาทีสุดท้ายไทยเกือบตีเสมอได้จากการแทงทะลุช่องของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ให้กับ จักรพันธ์ พรใส ลากไปถึงเส้นหลังแล้วกึ่งยิงกกึ่งผ่านมาหน้าประตูแต่บอลโค้งเกือบหุบเสียบสามเหลี่ยมแต่เช็ดคานออกไป
ช่วงทดเวลาแข่งขันทีมชาติไทยก็มาได้ประตูตีเสมอแบโชคช่วยจากการเปิดลูกเตะมุมของ เอกชัย สำเร ทางฝั่งขวามาหน้าประตู กองหลังเติร์กฯ โหม่งสกัดพลาดบอลมาตกใส่หน้าแข้งของ โกศวัต ว่องไวลิขิต กระเด้งเข้าประตูไปแบบงงๆ สุดท้ายจบ 90 นาที ทีมชาติไทยทำได้ดีที่สุดแค่ไล่ตามตีเสมอผู้มาเยือนอย่างเติร์กเมนิสถานไป 2-2 ท่ามกลางฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวัง
หลังจากนี้ทีมชาติไทยก็เตรียมที่จะเดินทางไปยังเมืองกว่างโจว ประเทศจีน ในวันศุกร์ที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อลงทำการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งไทยมีคิวที่จะลงสนามนัดแรกในวันที่ 7 พ.ย.นี้ พบกับทีมชาติปากีสถาน ซึ่งจะเล่นกันตามเวลาบ้านเราประมาณ 18.00 น.
สำหรับรายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ทีมชาติไทย แซมมวล ป.คันนิ่งแฮม(GK),ธีราทร บุญมาทัน,สุจริต จันทกล(C),อนาวิน จูจีน,สุรเชษฐ์ งามทิพย์,กีรติ เขียวสมบัติ,คัพฟ้า บุญมาตุ่น,วิชะยา เดชมิตร,นฤพล อารมณ์สวะ และ โกศวัต ว่องไวลิขิต
ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน อลีฮานอฟ(GK),เบลี่ มักซิม(C),อมานอฟ อาร์สลานมีราท,โซยูนอฟ โชวาท,ทากาเย เอลมาน,เฮนเกลดิเยฟ กูวานช์,มูฮัมเมดอฟ มิฮาอิล,มินไฮรอฟ อิลยาส,ชูริเยฟ นาซาร์,เกลดิเยฟ เซอร์ดาร์ และ โบลิยาน อเล็กซานเดอร์
ที่มา
http://www.thaileagueonline.com/news.php?id_news=3471&page=1