โซเชียล เน็ตเวิร์ค ฟีเวอร์ สมาร์ทโฟน จุดเปลี่ยนโลกแห่งการสื่อสารไอที ที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บนฝ่ามือของตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา
กระแสโซเชียล เน็ตเวิร์ค ฟีเวอร์ รวมไปถึงยอดขายสูงลิ่วของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หรือแทบเล็ตบาง รุ่นที่ใช้เป็นโทรศัพท์มือถือได้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนของโลกแห่งการสื่อสารไอที เพราะผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บนฝ่ามือของตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา การแบ่งปันรูปถ่าย ไฟล์ข้อมูล การเช็คผลตรวจสุขภาพผ่านมือถือ การโหลดภาพยนตร์ลงบนแทบเล็ต ฯลฯ ก่อให้เกิดปริมาณของข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ไม่ได้จัดเก็บอย่างเป็นระบบ (Unstructure Data) สัดส่วนสูงถึง 95% ของข้อมูลทั่วโลก
สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความปวดหัวให้ผู้บริหารองค์กรธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อมายังผู้ให้บริการ "เก็บข้อมูล" (สตอเรจ) ระดับโลกอย่าง "อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น" ต้องปรับหาโซลูชั่น พลิกกลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าแบบใหม่ ทำอย่างไรให้ข้อมูลมหาศาลของลูกค้าเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ และถูกเรียกกลับมาใช้ได้อย่างเรียลไทม์ (Big Data)
"โซเชียล เน็ตเวิร์ค และการขยายตัวของตลาดแก๊ดเจ็ท โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน เป็นเทรนด์ขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลให้จำนวนข้อมูลเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ถือเป็นตลาดสำคัญ และปริมาณข้อมูลโตเร็วมาก และท้าทาย มากสำหรับอีเอ็มซีใน ปีนี้ ด้วยลักษณะข้อมูลที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องวางแผนธุรกิจใหม่ โจทย์คือทำอย่างไรให้ข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลมีระบบบริหารจัดการที่ดี ลูกค้าสามารถเรียกข้อมูลมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
"วิลเลียม เจ. ทิวเบอร์ จูเนียร์" รองประธาน กรรมการบริหารสำนักงานของประธาน บริษัท อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวพร้อมระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายที่สุดปีหนึ่งของอีเอ็มซี เพราะโลกการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมๆ กำลังเดินไปสู่สิ่งใหม่ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโดยเฉพาะ "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" มีข้อมูลบอกว่า 1 ใน 3 ของข้อมูลที่เป็นอันสตรัคเจอร์ดาต้าจะใช้งานผ่านคลาวด์เกือบทั้งหมด"
คลาวด์ครองโลกสตอเรจ
ไอดีซี ระบุว่า ภายในปี 2555 งบประมาณการใช้บริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง ฝั่งลูกค้าจะเติบโตถึง 3 เท่า หรือมูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 9% ของงบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผลสำรวจยังเห็นเทรนด์สำคัญด้วยว่า คลาวด์ จะเติบโตด้านการใช้งานมากสุดในกลุ่มเอสเอ็มอี ด้วยเหตุผลที่ความยืดหยุ่นต่อการติดตั้งและทำงานของระบบไอที ที่สำคัญ เป็นการลงทุนที่เสี่ยงต่ำ
"วิลเลียม" ให้ข้อมูลว่า ปีนี้กว่า 73% ของการลงทุนระบบไอทีภายในองค์กรต่างๆ จะมุ่งไปที่การรักษาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และแอพพลิเคชั่น นั่นหมายความว่า องค์กรกำลังมองหาโซลูชั่นที่จะเข้าไปเสริมให้ระบบไอทีภายในยืดหยุ่น รองรับการทำงานได้ดีขึ้น และโซลูชั่นสำคัญที่ลูกค้ามองหา หนีไม่พ้น "คลาวด์ คอมพิวติ้ง"
ผู้บริหารอีเอ็มซี บอกว่า หนึ่งในเมกะเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในโลกของการจัดเก็บข้อมูลปีนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "ไฮบริด คลาวด์" หรือผสานระหว่างคลาวด์ในองค์กร (Private Cloud) และคลาวด์แบบสาธารณะ (Public Cloud) หมายความว่า องค์กรที่มีไพรเวตคลาวด์อยู่แล้ว จะสามารถให้บริการลูกค้าผ่านระบบไอทีที่อยู่บนพับลิกคลาวด์ได้ด้วย
"เราเห็นเทรนด์สำคัญเหล่านี้ จึงได้เปิดตัวระบบสตอเรจ รวมถึงฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์กว่า 40 รายการ เจาะทุกระดับขององค์กรตั้งแต่เอ็นเตอร์ไพร์ซจนถึงเอสเอ็มอี มีระบบยูนิไฟด์สตอเรจขนาดกลาง ซอฟต์แวร์ใหม่สำหรับระบบไฮเอนด์ ระบบแบ็คอัพ รวมถึงการกู้คืนข้อมูลแบบใช้ดิสก์ เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นผลมาจากการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในสตอเรจ ที่ช่วยเสริมสร้างสถานะของอีเอ็มซีให้ แข็งแกร่งยิ่งขึ้นท่ามกลางแนวโน้มสำคัญๆ ที่ผลักดันปริมาณข้อมูลให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมาของคลาวด์ และแอพพลิเคชั่นฐานข้อมูลขนาดใหญ่"
ปรับแนวคิด พลิกกลยุทธ์ใหม่ เหตุผลข้างต้นกดดันให้ยักษ์สตอเรจอย่างอีเอ็มซี ต้องเบนเข็มธุรกิจครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งผู้บริหารด้านการตลาดขึ้นมาดูภาพรวมของตลาดสตอเรจใน ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เป็นครั้งแรก การเปิดตัวสตอเรจ พร้อมแอพฯ รุ่นใหม่มากที่สุดถึง 41 รายการ การหันมาจับตลาดเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ องค์กรขนาดใหญ่ (เอ็นเตอร์ไพร์ซ) คือ ตลาดหลักของอีเอ็มซี
ผลิตภัณฑ์สำคัญที่อีเอ็มซี เตรียมเจาะตลาดเอสเอ็มอีทั่วโลก ได้แก่ วีเอ็นเอ็กซ์อี (VNXe) ระบบยูนิไฟด์สตอเรจที่อีเอ็มซี อ้างว่าใช้งานง่ายที่สุดในโลก ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเอสเอ็มอี จัดจำหน่ายผ่านทางคู่ค้า ระดับราคาเริ่มต้นไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์ จุดเด่น คือ ติดตั้งได้อย่างง่ายในเวลาไม่กี่นาที
และยังมีเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ เช่น อีเอ็มซี ซิมเมทริกซ์ วีแม็กซ์ (Symmetrix VMAX) สตอเรจที่สามารถรองรับข้อมูลได้หลายเพทาไบต์ พร้อมด้วยเวอร์ช่วลแมชชีนที่มากถึง 5 ล้านเครื่อง
ปรับโครงสร้างช่องทางจำหน่าย"ปีนี้เป็น เป็นปีท้าทายของอีเอ็มซี ในการปรับธุรกิจเพื่อเกาะกระแสโลกที่เปลี่ยนไป คนบริโภคข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น คลาวด์ กลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือฮาร์ดแวร์สตอเรจ จากนี้ต่อไปจะไม่มีใครสนใจสตอเรจที่เป็นเพียงแค่กล่องเก็บข้อมูล แต่ต้องเป็นกล่องที่มีข้อมูลแบบผ่านการวิเคราะห์ จำแนก และสามารถเรียกใช้ข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างเรียลไทม์"
อีเอ็มซี ยังได้ปรับโครงสร้างพาร์ทเนอร์ทั่วโลก เน้นเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายรายย่อยมากขึ้น เจาะตลาดเอสเอ็มอีเป็นหลัก จะอบรมระยะสั้นให้ ทั้งช่วยสนับสนุนเงินทุน
"วิลเลียม" บอกว่า 5 ปีที่แล้ว อีเอ็มซีได้ ลงทุนวิจัย และพัฒนา รวมถึงการเข้าซื้อบริษัทต่างๆ ที่เข้ามาเสริมธุรกิจของเอเอ็มซี เป็นเงินไม่น้อยกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่เฉพาะปี 2553 ลงทุนเฉพาะวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ 2 พันล้านดอลลาร์ และปีนี้ ยังใช้เงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารคนหนึ่งใน "อีเอ็มซี" บอกว่า สามารถเทียบปริมาณข้อมูลในโลกใบนี้ได้กับเม็ดทรายทุกๆ เม็ด บนชายหาดที่มีอยู่ทั่วโลก และคูณไปอีก 1,000 เท่า จะได้เท่ากับปริมาณข้อมูลที่คนทั่วโลกต้องบริโภคข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ