|
bigboss
|
 |
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2011, 09:07:06 PM » |
|
-- **ต้องขออภัย ที่ขาดหายจากการรายงานอันดับหนังทำเงินไป(พักใหญ่ๆ) สาเหตุเนื่องจากว่า ผมเจองานรัดตัวซะคับติ้ว จวนจะแต่งกะงานอยู่รอมร่อแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ขอเอาเกียรติลูกเสือสำรองเป็นประกัน ว่าจะมารายงานความเคลื่อนไหวในแต่ละสัปดาห์ ทุกๆวันจันทร์ครับผม**
เริ่มที่อันดับ 5..Act of Valorงานแอ๊คชั่นขายความมันส์ทุนสร้าง 12 ล้านเหรียญ ทำรายรับสัปดาห์ที่ 4 ไปอีก 3.7 ล้านเหรียญ โดยมียอดรายรับรวม 62.4 ล้านเหรียญเข้าไปแล้ว
อันดับ 4..Project Xหนังตลกเอาใจวัยรุ่นทุนสร้าง 12 ล้านเหรียญ จากสตูดิโอวอร์เนอร์ บราเธอร์ ฮิตไปเรียบร้อยหลังเข้ามา 3 สัปดาห์ ทำเงินไปอีก 4.0 ล้านเหรียญ และยอดรายรับรวมนั้น ขึ้นไปแตะที่ 48.1 ล้านเหรียญแล้วเรียบร้อย หนังเล่าเรื่องราวกลุ่มเพื่อนวัยเรียนที่เตรียมถ่ายสารคดีงานปาร์ตี้เก็บไว้ดู สุดท้ายกลับกลายเป็นว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่..!!
อันดับ 3..ล้มเหลวไม่เป็นท่า ได้แก่หนังไซไฟสามมิติย้อนยุคของดิสนีย์John Carterหนังที่ใช้ทุนสร้างไปถึง 250 ล้านเหรียญเรื่องนี้ ทำรายรับลดลงถึง 63.7 % ในสัปดาห์ที่ 2 ของการออกฉาย โดยทำรายรับ 3 วันไปแค่ 13.5 ล้านเหรียญ ส่วนรายรับรวมนั้นก็จิ๊บๆ 53.2 ล้านเหรียญเพียงเท่านั้น..เฮ้อ..(งานนี้ ต้องหวังพึ่งรายได้จากตลาดนอกอเมริกา เพื่อไม่ให้เจ็บตัวหนักซะละมั้ง)
อันดับ 2..แม้จะล่วงเข้าสัปดาห์ที่ 3 ของการฉายแล้วก็ตาม Dr. Seuss' The Loraxก็ยังคงรายรับได้ดี รับไปอีก 22.7 ล้านเหรียญ และทำรายรับรวมไปแล้วทั้งสิ้น 158.3 ล้านเหรียญ..สุดยอดจริงๆสำหรับ การ์ตูนจากค่ายยูนิเวอร์แซลเรื่องนี้
แชมป์ประจำสัปดาห์นี้ได้แก่21 Jump Street..งานแอ๊คชั่นปนตลกตำรวจคู่หู(แชนนิ่ง ตาตั้ม,โจนาห์ ฮิลล์) ที่สร้างจากซี่รีย์สแนวดราม่า(จอห์นนี่ เด็ป..ตามมารับบทรับเชิญเล็กๆด้วย หลังจากสร้างชื้อจากซีรียส์ชุดนี้) หนังใช้ทุนสร้างไปทั้งสิ้น 42 ล้านเหรียญ เปิดตัว 3,121 โรงฉาย โดยสตูดิโอโซนี่ และกวาดรายรับไปทั้งสิ้น 36.3 ล้านเหรียญครับ..
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2012, 07:16:04 PM โดย bigboss »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
♣ Darth Vader ♣
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 03:37:31 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
Do Not Underestimate The Power Of The Dark Side
|
|
|
|
brad pitt
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 11:03:54 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Mr.SARU
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 12:37:53 AM » |
|
น้องตุ๊กอยากดู เรงโก้ กิ่งก้าน่ะ....อื่ม...ซารุเลยบอกว่า กิ่งก่าของซารุก็มี แปลกด้วย มีตาเดียว ตัวใหญ่ๆ พ่นน้ำได้ด้วย!! เขาก็พูดแค่นี้ ทำไมต้องถีบหน้านู๋ด้วยฮื่อๆๆๆๆ 
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 10:19:46 PM » |
|
------------- 20 อันดับ หนังไทยทำเงิน สูงสุดตลอดกาล ในบ้านเรา...(นับถึง 21/03/54).. (20)..แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า..98.5 ล้านบาท (19)..สตรีเหล็ก..99 ล้านบาท (18)..แหยม ยโสธร..99.1 ล้านบาท (17)..องค์บาก..100 ล้านบาท (16)..32 ธันวา..100.3 ล้านบาท (15)..องค์บาก 2..100.8 ล้านบาท (14)..ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ..110 ล้านบาท (13)..5 แพร่ง..111.2 ล้านบาท (12)..สุดเขต สเลดเป็ด..120.1 ล้านบาท (11)..มือปืน/โลก/พระ/จัน..124 ล้านบาท (10)..กวน มึน โฮ..131.7 ล้านบาท (9)..แฟนฉัน..137.6 ล้านบาท (  ..หลวงพี่เท่ง..141.7 ล้านบาท (7)..รถไฟฟ้ามาหานะเธอ..146 ล้านบาท (6)..นางนาก..150 ล้านบาท (5)..บางระจัน)..151 ล้านบาท (4)..ต้มยำกุ้ง)..182 ล้านบาท (3)..ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช(ภาคประกาศอิสระภาพ)..234.7 ล้านบาท (2)..ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช(ภาคองค์ประกันหงสา)..237.1 ล้านบาท และอันดับที่ 1 ตลอดกาลคือ.." สุริโยไท" รับไปทั้งหมด..324.5 ล้านบาท..ครับ หนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตอนที่ 3 (ภาคยุทธนาวี) จะเข้าฉาย ๓๑ มีนาคม ๕๔ นี้ ส่วนตอน 4 (ภาคยุทธหัตถี) จะเข้าตอนปลายปี.. ถือเป็นหนังที่มีสิทธิ์ ทำรายได้ลบสถิติหนังใน 20 อันดับได้หรือไม่.. อันนี้ ต้องรอติดตามครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
สิงห์ผยอง !!!!!
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 23, 2011, 12:27:26 AM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
endoo108
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 09:14:51 PM » |
|
 สุด ๆๆ ยอด ด ด ด 
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 10:27:20 PM » |
|
------ มีประโยคฮิตๆจากหนังหลายๆเรื่อง..ที่พอได้ยินปุ๊บ..นึกออกปั๊บ ว่ามาจากเรื่องอะไร.. เช่น I'll be back..จากพ่ออาร์โนลด์ คนเหล็ก หรือ.."ฉันเสร็จคุณ ตั้งแต่ฮัลโหลแล้ว" จากหนัง เจอรี่ แม็คไกว์ "แล้วเอ็งมาบอกอะไรตอนนี้.." (จากหนังเพื่อนสนิท) "พอเหอะ..ไม่สงสาร ฉันเหรอ"..ที่ทำเอาคนบ่อน้ำตาตื้นปล่อยโฮได้เลย..(จากหนัง กวน มึน โฮ) ..ไม่น่าเชื่อ ว่าคนเขียนบท จะเก่ง ในการป้อนประโยคที่ดูธรรมด๊า..ธรรมดา แต่กินใจ ติดตรึงตา เราได้ ถ้าใครยังจำหนัง When Harry Met Sally ที่เป็นหนังในดวงใจของใครหลายๆคนได้.. หนังที่เอาแต่พูดกันทั้งเรื่อง กลับเอาคนดูได้อยู่หมัด เพราะประโยคพูดเด็ดๆในหนัง เช่นมีอยู่ฉาก ในร้านอาหาร ที่ตัวละครเอกทั้งสอง นั่งเถียงกัน ถึงเรื่อง ผู้หญิงสามารถแกล้งถึงจุดสุดยอดได้ ถ้าเธอจะทำ แต่พระเอกของเรื่อง เถียงว่า ทำไม่ได้หรอก ส่วนมากผู้ชายเค้าดูออก.. นางเอกก็เถียงว่า ดูไม่ออก หรอก พระเอกก็ยังยืนยัน ว่าดูออกได้แน่ๆ.. ..ว่าแล้ว ตัวนางเอกก็สาธิตทำท่าทางถึงจุดสุดยอดโชว์ ในร้านอาหาร ท่ามกลางแขกเต็มร้านซะเลย.. ถามคนที่เคยดูหนังเรื่องนี้ดูได้ ว่า มันดูตลก แต่คลาสสิคแค่ไหน เมื่อยัยเจ๊โต๊ะข้างๆ..ที่เห็นนางเอกครางสยิวกิ๊ว เลยหันไปสั่งกับเด็กเสิร์ฟว่า.. "ฉันเอาแบบที่ยัยนั่นสั่ง..ที่หนึ่ง" ยังมีหนังอีกหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะ งานของ เควติน ทาแรนติโน่ (ผู้กำกับในดวงใจผมเลยล่ะ) ที่บทพูด.. เฉียบคม บาดหู ทะลุใจ.. ที่คนเขียนบทหนังบ้านเรา ควรให้ความสำคัญกับ บทอีกสักนิด..หนังเรื่องนั้นๆ ก็จะน่าดู ขึ้นอีกจมเลย.. 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ooh-
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 30, 2011, 06:26:39 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
 อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี 
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 05, 2011, 09:54:36 PM » |
|
--------- ผมมีงานอยากนำเสนอ..สำหรับทุกท่าน ที่ชื่นชอบหนังไทย ดูหนังไทย และอุดหนุน อุตสาหกรรม ภาพยนตร์ไทย.. ..ตั้งแต่จำความได้..ผมก็ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจแล้ว.. สมัยเด็กๆ อายุ 5-6 ขวบ นี่ก็ดูหนังที่มาปิดวิกล้อมผ้า ขายตั๋ว 3 เรื่องควบ 5 บาท หรือถ้าเป็นจอผ่าโลก แอ๊ดเทวดา นี่ก็แพงขึ้นมาอีกหน่อย ..3 เรื่อง 7 บาท มีหนังหลายๆเรื่อง ที่ตอนนี้ ผมเก็บสะสม ทั้งในรูปแบบม้วน วีดีโอ,แผ่นเลเซอร์ ดิสค์,แผ่น วีซีดี,แผ่นดีวีดี..(บลูเรย์นี่..ไม่มีหนังไทยซักเรื่องเลย) หนังหลายๆเรื่อง มีเวลาก็เอามาปัดฝุ่น เปิดดู.. ..หนังไทยมากมาย ที่เป็นหนังไทย ในความทรงจำ ของผม..และน่าจะ อีกหลายๆคน ที่ชอบดูหนังไทย อยากจะย้อนเวลา แกะกล่องหนังไทย ให้กับทุกท่านที่สนใจเรื่องราวของหนังไทย ที่บางเรื่องคือ อีกหน้าหนึ่งของเหตุการณ์ ที่ผ่านมา.. ถ้าถามถึงข้อมูลละก้อ..ผมมีย้อนหลังไปไกลทีเดียว.. มีภาพจากหนังสือพิมพ์เก่าๆ(พ.ศ. 2508)ที่เก็บในลิ้นชัก..หนังสือเกี่ยวกับดารา ที่หนากว่า 60 หน้า(ราคา 1 บาท 50 สตางค์) โปสเตอร์เก่า ที่หาดูยาก..โปสการ์ด ปฏิทิน (พ.ศ.2511).. แล้วเดี๋ยวจะถ่ายรูปลงให้ดูนะครับ.. เรื่องราวเกี่ยวกับหนังไทย ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ"100หนังไทยที่ควรดู"..หนังสือ "300 หนังไทยในรอบ 40 ปี"(ของนิตยสารเอ็นเตอร์เทน)"ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์" และจากลิ้นชักความทรงจำของผมเอง.. จะเริ่มจากซักตอน 4 ขวบ ละกันครับ..(เรื่องราวตอน 3 ขวบนี่ บอกตามตรง..ลืมไปหมดแล้ว นึกไม่ออก.. เรื่องอาจจะยาวสักนิด..แต่คง ไม่ตั้งกระทู้ใหม่ล่ะครับ.. โพสต์ตอบเอานี่แหล่ะ..(จะไปต่อจากตารางอันดับหนังทำเงิน..ก็..โอย พิมพ์แก้ไขลำบาก มาก..ก เวลาพิมพ์ ข้อความมันจะหายไปจากหน้าจอ นึกภาพ คนตาบอดออกไหมครับ..ไม่อยากบอกว่า อายุชักมากแล้วสายตามันฝ้าฟางเลยจริงๆ).. 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 06, 2011, 08:39:14 PM » |
|
ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มขั้น (2520) สร้าง-ไฟว์สตาร์ โปรดักชัน กำกับ-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมณ์,วิยะดา อุมารินทร์,ภิญโญ ปานนุ้ย ทองพูน(จตุพล)เป็นหนุ่มอีสาน ตัดสินใจขายที่นาเพื่อนำเงินมาดาวน์แท็กซี่ขับเลี้ยงชีพ วันหนึ่ง เขาถูกปล้นชิงรถ ทองพูนสืบเสาะจนรู้ว่ารถของเขาอยู่ที่อู่พรวัฒนา ด้วยความซื่อ ทองพูนเดินไปขอรถคืน ทำให้แก๊งค์ลักรถทำร้าย เขาลุยเดี่ยวอีกครั้งเพื่อขอแค่ได้รถคืนเท่านั้น แต่เมื่อถูกปฏิเสธ คราวนี้ทองพูนบันดาลโทสะ พลั้งมือฆ่าคนตาย สุดท้ายต้องติดคุก แถมรถก็ไม่ได้คืนเพราะถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนไปหมดแล้ว ..นี่เป็นหนังสะท้อนสภาพสังคม ที่คนต่างจังหวัดแห่แหนหางานทำในกรุงเทพฯ ท่ามกลางสภาวะบีบคั้นและชิงดีชิงเด่น เห็นแก่ตัว ผู้ชายที่โดนหลอก ผู้หญิงต้องขายบริการ ใครจะเชื่อ ว่าหนัง 30 เกือบ 40 ปีที่แล้ว กับสภาวะในปัจจุบัน แทบไม่ได้ต่างกันเลย จากบททองพูนของคุณจตุพล ส่งเขาขึ้นแท่น นักแสดงขายฝีมือชั้นเยี่ยม หนังของท่านมุ้ยเรื่องนี้ ถูกสร้างเป็นภาค 2 ในอีก 7 ปีต่อมา ชีวิตบัดซบ(2520) กำกับ-เพิ่มพล เชยอรุณ แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,เปียทิพย์ คุ้มวงศ์,ต่อลาภ กำพุศิริ,ภิญโญ ปานนุ้ย ทม(สรพงษ์)เป็นครูสอนหนังสือ มีภรรยาชื่อ ฤดี(เปียทิพย์) เป็นช่างเสริมสวย ทั้งคู่มีลูกสาววัย 9 ขวบ อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด พ่อของทมมาจากต่างจังหวัดมาพักอยู่ด้วย ทมที่วันๆเอาแต่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวปล่อยให้ภรรยา เปล่าเปลี่ยวจนแอบได้เสียกับพ่อของทม ชาวบ้านแอบมาเห็นเข้าพากันซุบซินนินทา จนพ่อของทมต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คนหนึ่งฤดีไปงานเลี้ยง เพราะความเมา เธอเผลอตัวไปกับเสี่ยเกียรติ นักธุรกิจใหญ่ ฤดีสำนึกผิด มาขอโทษทม เขาก็ให้อภัย เพราะเห็นแก่ลูก แต่แล้ววันหนึ่ง คืนที่ฝนตกหนัก มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทำร้ายและข่มขืนลูกสาวของทม เขาเข้ามาเห็นพอดี ด้วยความแค้นทมออกตามล่า และลงมือฆ่าพวกวัยรุ่น ยกแก๊งค์ ..นี่เป็นงานกำกับที่นำเสนอแตกต่างจากหนังไทยหลายๆเรื่อง ในยุคนั้น เพราะตัวหนังนำเสนอแต่ด้านร้ายๆ ที่ถาโถมเข้าสู่ตัวละครเอก แม้กระทั่งปัจจุบัน น้อยนักที่จะมีผู้กำกับ กล้านำเสนอเรื่องราวที่มีแต่โศกนาฏกรรม ทั้งเรื่องแบบนี้ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 06, 2011, 09:09:57 PM » |
|
แหกค่ายนรก เดียนเบียนฟู(2520) สร้าง-ฮอลลีวู้ดภาพยนตร์ กำกับ-ชุมพร เทพพิทักษ์ แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,มานพ อัศวเทพ,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,ส.อาสนจินดา,ลักษ์ อภิชาติ,สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์,ทาริกา ธิดาทิตย์,บู๊ วิบูลย์นันท์ หนังแอ๊คชั่นทุนสูง ที่ได้รับอิทพลจากหนังฮอลลีวูดสมัยนั้น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายกักกันคอมมิวนิสต์ ที่ภารกิจแหกค่ายแห่งนี้มีให้เลือกแค่สองทางคือ รอด กับ ไม่รอด ..ผู้กำกับชุมพร ทำหนังเรื่องนี้ได้สนุกมากๆเรื่องหนึ่ง ผมยังจำได้สมัยเด็ก พอดูหนังเรื่องนี้จบ วันรุ่งขึ้น ก็จับกลุ่มเพื่อนๆ วิ่งไล่ยิงกันตามป่ากล้วยสนุกคลุกฝุ่นดีแท้ ล่า(2520) สร้าง-วัฒนาภาพยนตร์ กำกับ-ไพรัช กสิวัฒน์ แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,อรัญญา นามวงษ์,ลลนา สุลาวัลย์,วิยะดา อุมารินทร์,สมภพ เบญจาธิกุล,อนันต์ สัมมาทรัพย์ มธสร(อรัญญา)กับลูกสาววัยมัธยม ผึ้ง(ลลนา) มาเช่าบ้านหนีสามีจอมเจ้าชู้ ในย่านแออัดของกรุงเทพฯ ผึ้งเด็กสาวน่ารักที่เริ่มแตกเนื้อสาว เป็นที่หมายปองของกลุ่มวัยรุ่นขี้ยาละแวกนั้น และแล้วในคืนฝนตกหนัก ผึ้งก็ถูกเรียงคิวข้างกองขยะ ขณะเดินกลับบ้าน จากเด็กสาวร่าเริง กลายเป็นคนหวาดผวา กลัวผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้เธอ มธุรสเองก็เปลี่ยนไป เธอเริ่มเก็บตัว และฝึกใช้อาวุธ เพื่อออกตามล่า กลุ่มคนโฉดมารสังคมที่ข่มเหงลูกสาวของเธอ ..จากบทประพันธ์ของ ทมยันตี สู่งานสะท้อนสังคมที่นำเสนอตัวละครชาย ที่ถ้าไม่เป็นคนเลว ก็เป็นแบบที่พึ่งพาไม่ได้ ตัวหนังนอกจากจะเข้มข้นปนแอ๊คชันแล้ว ยังมีความเป็นหนังแฟมมินิสค์ในตัว และถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ของลลนา สุลาวัลย์ ที่เคยแจ้งเกิดจากหนัง"วัยอลลวน" ที่สลัดภาพเด็กสาววัยใส มาเล่นได้อย่างน่าติดตาม ปี 2537 "ล่า" ถูกสร้างเป็นละคร ออกอากาศทางช่อง 5 โดยมีคุณนก สินจัย หงษ์ไทย กับ คุณทราย เจริญปุระ แสดงนำ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 07, 2011, 10:49:03 PM » |
|
เพื่อนรัก(2520) สร้าง-ไฟว์สตาร์ โปรดักชัน กำกับ-สักกะ จารุจินดา แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,ทัศน์วรรณ เสนีวงศ์,ปัฐม์ ปัทมจิตร,ไดน่า เมเยอร์ เมื่อพื่อนรัก 3 คน เด็กไทยแท้ๆ,ลูกครึ่งฝรั่ง กับลูกครึ่งจีน ออกผจญภัยในเมืองกรุง เพียงเพราะ 1 ใน 3 ต้องการตามหาพ่อ โดยที่ทั้งสามไม่อาจจะรู้ได้ ว่าจะเจอะเจอกับอะไร ก่อเกิดเรื่องราวสนุกสนาน ในแบบที่เริ่มต้นอาจจะดูใสๆ แต่ปลายๆ นี่คือหนังชีวิตหนักหน่วง ในแบบที่"แฟนฉัน"หนังเด็กยุคหลัง อายไปเลยทีเดียว เก้าล้านหยดน้ำตา(2520) สร้าง-เมโทรฟิล์ม กำกับ-สายยนต์ ศรีสวัสดิ์ แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,ดอน สอนระเบียบ,เศรษฐา ศิรฉายา,ดวงชีวัน โกมลเสน,เดือนเต็ม สาลิตุลย์ ในยุคที่เพลงสตริงสมัยนั้น คือการเอาทำนองเพลงสากลมาใส่เนื้อไทยกำลังฮิต ก่อเกิดเรื่องราวการช่วงชิงความเป็นเบอร์หนึ่ง เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างงัดเอาผลงานเพลงมาประชันกัน ..สำหรับคนที่อายุเลข 3 นำหน้าทุกคน คงจะจำได้ ว่าครั้งหนึ่งตอนเรายังเด็ก ไม่ว่าเพลงสากลไหนฮิตขึ้นมา รับรองศิลปินไทยเรา นำมาแปลงใส่เนื้อไทยเรียบ และกับหนังเรื่องนี้ก็มีเพลงให้ดูให้ฟังกันเพียบ และที่สำคัญกับ ตัวผู้กำกับเอง บอกไปใครจะเชื่อ ว่านี่คือผู้กำกับต้นตำรับหนัง"บ้านผีปอบ"..ในเวลาต่อมา สวัสดีคุณครู(2520) สร้าง-สีบุญเรืองฟิล์ม กำกับ-พันคำ แสดงนำ-จารุณี สุขสวัสดิ์,กาญจนา บุญประเสริฐ,ยิ่งใหญ่ อายะนันท์,สุเชาว์ พงษ์วิไล เทพนม ลูกเจ้าของรร.ช่างกลนิสัยเกเรเพราะพ่อแม่แยกทางกัน เขาประชดชีวิตด้วยการกรรโชกทรัพย์แม่ของชิต..ชิตช่วยแม่จึงชกต่อยกับเทพนมจนสลบ สุดท้ายทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกัน ชิตพาเทพนมไปรู้จักกลุ่มเพื่อนที่เกเรที่สุดของโรงเรียน โดยมีครูทิม ครูคนใหม่อุดมการณ์สูงคอยกำราบ ครูทิมเห็นแววชิตว่าสามารถเอาดีทางการชกมวยได้ จึงสนับสนุนจนได้เป็นตัวแทนของทางโรงเรียน ศิรินทร์ ลูกสาวค่ายมวยที่ชิตไปซ้อมประจำสนิทสนมกับชิต ส่วนดาวรุ่งเพื่อนในกลุ่มที่เทพนมแอบชอบกลับรังเกียจและกีดกัน เพราะไม่ชอบนิสัยที่คอยก่อแต่ความวุ่นวายในโรงเรียนตลอดเวลา วันหนึ่ง เทพนมว่าจ้างสมชายให้แกล้งจับน้องที่ติดมากับแม่เลี้ยงของเขาไปเรียกค่าไถ่ แต่เทพนมกลับติดร่างแหไปด้วย ทำให้ครูทิมกับเพื่อนๆต้องหาทางช่วยเขากลับมา ..ผลงานการแสดงเรื่องแรกของราชินีหนังไทย จารุณี สุขสวัสดิ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักความเสียสละของคนเป็นครูที่มอบให้แก่ลูกศิษย์เรื่องนี้ สร้างความประทับใจ ให้ทุกคนที่มีโอกาสได้ชม แม้ปัจจุบัน เมื่อนึกถึงหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครู หนังเรื่องนี้ก็คือหนังเรื่องแรกๆที่ทุกคนยังหยิบบกมาพูดถึงเสมอ แผลเก่า(2520) สร้าง-เชิดไชย ภาพยนตร์ กำกับ-เชิด ทรงศรี แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,นันทนา เงากระจ่าง,ส.อาสนจินดา,เศรษฐา ศิระฉายา,ชลิต เฟืองอารมณ์,ศรินทิพย์ ศิริวรรณ ตำนานรักแห่งท้องทุ่งบางกะปิ เรื่องราวความรักของไอ้ขวัญกับอีเรียม ที่พบเจอแต่อุปสรรค จนก่อเกิดโศกนาฏกรรมในท้ายที่สุด ..จากบทประพันธ์ของ ไม้ เมืองเดิม(ก้าน พึ่งบุญ ณ.อยุธยา) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2479 ถูกสร้างเป็นหนังและละครมานับไม่ถ้วน(เป็นหนังขาว-ดำ 16 มม.ในปี 2483 สมพงษ์ จันทรประภาแสดงคู่ ส่งศรี,ปี 2489 เป็นหนังสี 16 มม. ชีพ ชูชัย หรือท้วม ทรนงเล่นคู่คุณพรทิพย์ โกศลมัชกิช,ปี 2544 ใช้ชื่อ "ขวัญ เรียม" ได้ นินนาท สินไชยกับ ตอง ภัครมัยเล่น)แล้วยังเป็นละครที่ออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหม มีคุณกำธร สุวรรณปิยะเล่นคู่กับคุณนันทวัน เมฆใหญ่,ปี 2530 คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์และชุติมา นัยนา เล่นออกอากาศทางช่อง7 ..แต่ไม่มีเวอร์ชั่นไหนประสบผลสำเร็จและอยู่ในใจผู้ชม ได้เท่าเวอร์ชั่นของผู้กำกับ เชิด ทรงศรีอีกแล้ว ใครจะยังนึกภาพบางกะปิในแบบกลิ่นโคลนสาบควายออกล่ะตอนนี้ ความคลาสสิคของหนังทำให้ทุกคนที่ได้ชมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือปรากฏการณ์ครั้งหนึ่งในชิวิตที่มิอาจลืม (ตัวหนังทำรายได้ 13 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเป็นประวัติกาลเลยที่เดียวในยุคนั้น ยุคที่เงิน 1 บาท ซ์็ลูกอมได้ 8 เม็ด).. 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
สิงห์ผยอง !!!!!
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 09, 2011, 01:46:51 AM » |
|
หายไปนานน่ะท่าน bigboss
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: เมษายน 09, 2011, 08:34:52 PM » |
|
หายไปนานน่ะท่าน bigboss
ย้ายเข้าบ้านใหม่ครับ..รออยู่นาน กว่าจะมีสายโทรศัพท์พาดผ่านหน้าบ้าน รู้จักเว็บซารุบ้ากามตั้งกะอยู่บ้านหลังเก่า..สมัยนั้นเน็ตก็แค่ 256k..หน้าตาเว็บมันจะมีอยู่บอร์ดเดียวเอง แป๊บๆจะ 7 ปีเข้าไปแล้ว เลยกลายเป็นผูกพันโดยไม่รู้ตัวครับ.. -------------- เมืองในหมอก(2521) สร้าง-มูฟวิ่งพิกเจอร์ กำกับ-เพิ่มพล เชยอรุณ แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,ปาริชาติ บริสุทธิ์,สุพรรณ บูรณพิมพ์ ณ เมืองเล็กๆกลางหุบเขาห่างไกลความเจริญ มีโรงแรมเล็กๆที่สองผัวเมียเปิดให้คนมาพักเพื่อฆ่าชิงทรัพย์ วันหนึ่งลูกชายของเธอก็หนีออกจากบ้าน เมื่อมีโจรบุกปล้นโรงแรม ได้ฆ่าสามีของเธอแถมทำร้ายลูกสาวของเธอจนพิการ ผ่านมานับสิบปี เธอก็ยังอยู่กับลูกสาวที่พิการ หากินโดยการปล้นฆ่าแขกทีี่มาพักในโรงแรมเล็กๆแห่งนี้ ลูกสาวพิการมองเห็นการฆ่าคนเป็นเรื่องปรกติ เมื่อศพเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องเอาไปทิ้งถ่วงน้ำทุกวัน..และแล้ว ลูกชายของเธอก็กลับมา เพื่อมารับแม่กับน้องสาวไปอยู่ด้วย แต่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็นใคร..นึกว่าเป็นแขกที่มาพักทั่วๆไป ..งานฟิล์มนัวร์เรื่องแรกของเมืองไทย ที่แฝงนัยยะระหว่างบ้านนอกกับในเมือง โดดเด่นด้วยงานโปรดัคชันดีไซน์เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากงานของอัลแบร์ กามูส์ อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเรื่องรายรับมากนัก แต่ก็ถือว่า แหวกแนวหนังในยุคนั้นแบบสิ้นเชิงทีเดียว แม่นาคพระโขนง(2521) สร้าง-77โกมารชุน กำกับ-แดง เสนีย์ แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,ปรียา รุ่งเรือง,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นาคตั้งท้องในขณะที่มากต้องไปเป็นทหาร เธอคลอดลูกกับหมอตำแย สุดท้าย เสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก เมื่อมากกลับมาเจอนาคโดยที่ไม่รู้ว่าเธอได้ตายไปแล้ว และนาคก็ต้องการอยู่กับลูกกับผัว มีเพียงชาวบ้านเท่านั้นที่รู้ว่าคนกับผีจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร.. ..หนังผีที่ทุกคนรู้จักดีเรื่องนี้ ถูกนำมาขึ้นจอใหญ่แล้ว ไม่ต่ำกว่า ๕ ครั้ง และทุกครั้งก็ทำให้ผู้ชม ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดง ร้องไห้กระจองอแงเพราะความกลัวเสมอ บทแม่นาคที่ทำให้ผู้ชมนึกถึงเป็นคนแรก ก็คือเวอร์ชั่นที่คุณปรียา รุ่งเรือง เล่นนี่แหล่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
as19561010
|
 |
« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 09, 2011, 08:52:13 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 29, 2011, 06:24:07 PM » |
|
มหาหิน(2521) สร้าง-โคลีเซี่ยมฟิล์ม กำกับ-คมน์ อัครเดช แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,ปิยะมาศ โมนยะกุล,วิยะดา อุมารินทร์,ดามพ์ ดัสกร,เกชา เปลี่ยนวิถี
หิน ภูธร(สมบัติ)นักเลงเก่าที่หันหน้าเข้าสู้ร่มกาสาวพักตร์ บวชนานจนใครๆก็เรียกว่า มหาหิน ต้องสึกออกมาเพื่อแก้แค้น คนที่ปล้นบ้าน ฆ่าพี่ชายและน้องสาวของเขา เพราะศัตรูเก่า ไม่เชื่อว่า นักเลงอย่างเค้า จะวางมือจริง ..นี่เป็นหนังบู๊แอ๊คชั่น ที่ฮือฮาตั้งแต่ประกาศสร้าง เมื่อมีการจ้างคุณสมบัติโกนหัวจริงเพื่อรับบทมหาหินด้วยเงินค่าตัวสูงถึง ๑ ล้านบาท เลยทีเดียว
ใต้ฟ้าสีคราม(2521) กำกับ-ฉลอง ภักดีวิจิตร แสดงนำ-นพพล โกมารชุน,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,ภูมิ พัมนายุทธ,ดวงชีวัน โกมลเสน,เทพ โพธิ์งาม
หนุ่มม้ง(นพพล..กับงานจอใหญ่เรื่องแรก)หนุ่มชาวเขาที่หลงรักสาวชาวกรุง ภายใต้ อุปสรรคเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่าง ก่อเกิดเรื่องราวมันๆปนดราม่า ..แม้จะเป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้กำกับหนังบู๊ ประเภท ยิงภูเขาเผากระท่อม แต่อาหลองก็ทำหนังรักเรื่องนี้ได้อย่างสนุกสนานโดยไม่วายเจือปนแอ็คชั่นไว้ตลอดเรื่อง
ครูบ้านนอก(2521) สร้าง-ดวงกมล มหรสพ กำกับ-สุรสีห์ ผาธรรม แสดงนำ-ปิยะ ตระกูลราษฎร์,นพดล ดวงพร,สมชาติ ประชาไทย,วาสนา สิทธิเวช
ครูปิยะ ครูหนุ่มอุดมการณ์สูงจิตใจงาม อุทิศตัวในชนบททางภาคอีสาน ที่รร.หนองหมาว้อ โดยมีครูดวงดาวหญิงสาวรูปร่างบอบบาง กับครูพิสิษฐ์ หนุ่มมาดสำรวย สอนหนังสือในอาคารชั้นเดียวซอมซ่อ เด็กที่บางคนไม่มีแม้กระทั่งชุดเรียน แต่ครูปิยะก็ไม่เคยย่อท้อ จนเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน ครูคำเม้า ครูใหญ่เสียอีก ที่สอนหนังสือไปวันๆแบบขอไปที จนวันหนึ่งครูพิสิษฐ์ก็ถูกย้าย เพราะไปมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจราชการ แล้วไปลวนลามครูดวงดาวเข้า ครูปิยะคลุกคลีกับชาวบ้านจนรู้ถึงปัญหาการลักลอบตัดไม้เถื่อนของกลุ่มนายทุนเข้า เขาแอบถ่ายรูปไว้แล้วส่งให้หนังสือพิมพ์นำไปตีแผ่ สุดท้ายต้องเอาชีวิตตัวเองตกอยู่ในอันตราย จนต้องหลบไปอยู่กับหลวงตาในเมือง แต่จิตสำนึกของคนเป็นครู ทำให้เขากลับมา ในวันที่ กลุ่มนายทุน ส่งมือปืนไปฆ่าเขา ..หนังทำเงินไปกว่า ๙ ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น โดยถ่ายทำกันที่บ้านดอนเมย ต.นาจิก(จ.อำนาจเริญในปัจจุบัน)ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ คำหมาน คนไท ผู้แต่งนิยายเรื่องนี้ ผู้กำกับสุรสีห์ สร้างออกมาได้อย่างสนุกสนานและน่าติดตาม โดยอาศัยประโยชน์จากเรื่องราวแบบชาวบ้านๆและมิตรภาพแบบท้องถิ่นอีสาน ตัวหนังเองประสบผลสำเร็จถึงขนาด คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัลภาพยนตร์สร้างสรรสังคมดีเด่น จากงานประกวดภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ณ เมืองทาชเคน ประเทศรัสเซีย หอหนังแห่งชาติได้บรรจุหนังเรื่องนี้ไว้ เป็น ๑ ใน ๑๐๐ ภาพยนตร์ที่คนไทยควรดู(ปี 2553 สรสีห์ ผาธรรม ได้นำเอาครูบ้านนอก กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า ครูบ้านนอก แห่งหนองฮีใหญ่ โดยมี พิเชษฐ์ กองการ,ฟ้อนฟ้า ผาธรรม,หม่ำ จ๊กมก,พันนา ฤทธิไกร และคำปราณี วงทองคำ นักแสดงสาวจากประเทศลาว แสดงนำ)
ทายาทป๋องแป๋ง(2521) กำกับ-กำธร ทัพคัลไลย แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,ปิยะมาศ โมนยะกุล,นิรุตติ์ ศิริจรรยา,สายัญ จันทรวิบูลย์,ทาริกา ธิดาทิตย์,สุริยา ชินพันธุ์
หนังขายฮา และคติสอนใจ โดยมีบทของน้าแอ๊ด(พระเอกตัวจริง) ที่มีแบ็คกราวด์คลุมเครือ เรื่องนี้ ทำเงินและเป้นที่รักของผู้ชมแค่ไหน ดูได้จากการตีตั๋วเพื่อดูรอยยิ้มแสนหวานของคุณปิยะมาศ ที่กลายเป็นนางเอกคู่บุญของคุณกำธร ในอีกหลายๆเรื่องต่อมา ที่ไม่ว่าเะอจะทำเปินหรือตลกบ้าบิ่นแค่ไหน คนดูก็ยังรักที่จะติดตามชม
เมียหลวง(2521) สร้าง-ไฟว์สตาร์ กำกับ-วิจิตร คุณวุฒิ แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมย์,วงศ์เดือน อินทราวุธ,วิยะดา อุมารินทร์,อรชุมา ธีรวรรณ
ดร.อนิรุทธิ์(จตุพล)สามีจอมเจ้าชู้ มีปัญหาเรื่องผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวัน แต่ ดร.วิกานดา(วงศ์เดือน) ก็หยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าจะลงไปตบตีแย่งสามีกับหญิงอื่น หนังสร้างบทเรียนดีๆให้ดร.อนิรุทธิ์ เมื่อเขาได้เจอกับอรอินทร์(วิยะดา)หญิงสาวที่เจ้าชู้ไม่แพ้ผู้ชาย จนเมื่อมีใครบางคนต้องสังเวยชีวิตลง คนอย่างดร.อนิรุทธิ์ถึงจะคิดได้ ..จากบทประพันธ์ของคุณ กฤษณา อโศกสิน ที่เด่นด้วยเนื้อหา เรื่องแก่งแย่งผัวเมีย กลายเป็นหนังที่ประสบผลสำเร็จทั้งการตลาด และรางวี่รางวัล ใครจะไปเชื่อ ว่าเนื้อหาประมาณนี้ แม้ปัจจุบัน ผ่านไป 30 กว่าปี กลับไม่เป็นเรื่องที่เชย หรือหลุดยุคหลุดสมัยเลย
น้องเมีย(2521) สร้าง-ละโว้ภาพยนตร์ กำกับ-พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,วิยะดา อุมารินทร์,ลลนา สุลาวัลย์,ท้วม ทรนง,พูนสวัสดิ์ ธีมากร
ผัวเมียจากบ้านนอกมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง ฝ่ายเมียทนความยากลำบากไม่ได้จึงทิ้งไป สุดท้ายผัวต้องตรอมใจและได้น้องเมียมาช่วยเยียวยาหัวใจ เรื่องราวกำลังเป็นไปด้วยดี สุดท้าย ฝ่ายเมียก็กลับมา.. ..งานดราม่าขายการแสดง ส่งให้บทน้องเมียที่ได้ คุณลลนา มารับบทน้องเมียเรื่องนี้ได้เครดิตไปเต็มๆกับการแสดงอย่างไร้ที่ติ
รักเอย(2521) สร้าง-เอเพ็กซ์ กำกับ-ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย แสดงนำ-พิศาล อัครเศรณี,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
เรื่องรักโรแมนติคของชายหญิง ๔ คน ที่บังเอิญมาเกี่ยวข้องกัน นอกจากจะผูกพันแล้ว หนังยังสอนเราเรื่องรักคือการเสียสละ เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข โดยมีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ความรักของเปี๊ยก หนุ่มชาวไร่กับเจ้าน่อย หญิงสูงศักดิ์ ..หนังมาพร้อมภาพสวยๆกับเพลงสุดไพเราะ ปี ๒๕๓๙ ธนิตย์ จิตนุกูล นำ"รักเอย"มาทำใหม่อีกครั้ง โดยมี รวิชญ์ เทิดวงศ์ กับกุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา รับบทนำ
รักทะเล้น(2521) สร้าง-MC โปรดักชัน กำกับ-สุรพล วิรุฬรักษ์ แสดงนำ-ทรงวิทย์ จิรโศภิณ,อำภา ภูษิต
แท่น,กบ,แอ๊ว,ซ้ง..ต่างก็เรียนกันคนละสถาบัน ต่างคณะ แต่มารู้จักกันได้เพราะชมรมถ่ายภาพระหว่างสถาบัน ก่อเกิดเรื่องราวสนุกสนานในรั้วมหาลัย ..หนังสร้างจากงานเขียนของ"ศุภักษร"และแจ้งเกิดนำชายที่ถูกเรียกติดปากจากหนังเรื่องนี้คือ "หมอซ้ง" นั่นเอง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 07:22:19 PM » |
|
ปี ๒๕๒๒ เป็นปีที่ผมเข้าเรียนชั้นประถมแล้ว มีหนังไทยดีๆเยอะมากที่ถูกสร้างออกมาฉาย หนังเรื่องไหนบ้างที่เป็นหนังดีในความทรงจำ..เรามาย้อนเวลากันครับอยู่กับก๋ง(2522) สร้าง-โคลีเซียมฟิล์ม กำกับ-คมน์ อัครเดช แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,อี้หมิง,ทาริกา ทิดาทิตย์,มานพ อัศวเทพ,สุประวัติ ปัทมสูตร,พิราวรรณ ประสพศาสตร์ ก๋ง เป็นชายชราชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลก โดยอาศัยอยู่ในห้องแถวเก่าๆ ด้วยความคิดที่กว้างใหญ่และผ่านประสบการณ์มามาก ทำให้ก๋งเป็นที่รักของผู้คนละแวกนั้น ผลบุญนี้ ตกมาถึง หยก เด็กกำพร้าที่ก๋งรับมาอุปการะ ด้วยความรักความอบอุ่นที่หยกได้รับ ทำให้เขา ไม่เคยรู้สึกถึงความอ้างว้างหรือภาวะมีปมด้อยเลยสักนิด ซึ่งผิดกับ ป้อม ลูกชายคุณนายทองห่อ กับคุณปลัด ที่แม้จะอยู่พร้อมหน้าและมีเงินทอง แต่ภายใต้รอยยิ้มกลับแฝงไปด้วยการปั้นหน้าเข้าหากัน เพื่อนบ้านอย่างเง็กจู ที่มีลูกชายคือ เพ้ง ลูกสาวชื่อ เกียว ทะเลาะไม่เข้าใจระหว่างพ่อลูกประจำ ก็ได้ ก๋ง ที่คอยให้คำปรึกษาเสมอ คำสอนของก๋ง ช่วยให้หยก เข้าใจชีวิตและปฏิบัติตัวดีจนประสบผลสำเร็จชีวิตในบั้นปลายได้ ..นี่เป็นการนำบทประพันธ์ชิ้นเยี่ยมของ หยก บูรพา (ชื่อจริงคือเฉลิม รงคผลิน) ซึ่งชนะเลิศรางวัล นวนิยายดีเด่นประจำปี ๒๕๑๙ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ มาสร้างเป็นหนัง โดยได้ อี้หมิง ดาราชาวไต้หวันซึ่งโด่งดังจากบทเปาบุ้นจิ้นมาแสดงเป็น ก๋งได้อย่างสมบทบาท ตัวหนังสือถูกคัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียน สมัยผมเด็กๆด้วยครับ สัญชาติญาณโหด(2522) กำกับ-เพิ่มพล เชยอรุณ แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมย์,นันทนา เงากระจ่าง,สุเชาว์ พงษ์วิไล,ปาริชาติ บริสุทธิ์,ลักษ์ อภิชาติ หลังกลับจากสงคราม ทดมีอาการหลอน โดยคิดว่าเขาเองยังอยู่ในสมรภูมิรบ เมื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.จนอาการดีขึ้น หมอได้อนุญาติให้ทดกลับบ้านได้ ธาดาจึงรับมาอยู่ตามปรกติ ธาดาทำงานกับวิทูรย์และพิมพ์ ซึ่งคอยดูแลครอบครัวของทดมาตลอด วิฑูรย์ทำงานไม่สุจริต วันหนึ่งลูกน้องของธาดาถูกจับขณะกำลังขนถ่ายยาเสพติด ธาดาไปรู้เข้า ทำให้วิฑูรย์กลัวว่าเธอจะปากโป้ง จึงพาพรรคพวกมาเล่นงานถึงบ้าน ทดออกมาเห็นพอดี อาการจิตหลอนกำเริบนึกว่าศัตรูกำลังบุกฐาณ ทดจัดการสังหารพวกของวิฑูรย์ตายเกลี้ยง และเมื่อถูกนำตัวขึ้นศาล เขาถูตัดสินว่าไม่มีความผิด เนื่องจากปัญหาทางจิตนั่นเอง ..ผลงานตีแผ่ถึงผลกระทบจากภาวะคนที่ออกรบในสงครามเรื่องนี้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม พรุ่งนี้ก็สายเกินไป(2522) สร้าง-ไฟว์สตาร์ กำกับ-รุจน์ รณภพ แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมย์,ลลนา สุลาวัลย์,พิศมัย วิไลศักดิ์,ไกรลาศ เกรียงไกร,สมจินต์ ธรรมทัต สกันต์เป็นเด็กมีปมด้อย เพราะพ่อเป็นนายตำรวจใหญ่แยกทางกับแม่ซึ่งเป็นแม่เล้าในซ่อง เมื่อพ่อมีเมียใหม่พร้อมลูกติดมาด้วยชื่อกนก พ่อก็ให้ความรักเมียกับลูกคนใหม่มากว่าเขา หลังพยามตามหาจนเจอแม่ แต่ต้องผิดหวังเมื่อแม่ให้แมงดาไล่เขาออกจากบ้านเพราะกลังลูกจะอาย ว่ามีแม่เป็นโสเภณี สกันต์ได้พบกับพิมพ์ที่กำลังหนีพวกสมุนค้ายาเสพติด ทั้งสองได้หนีขึ้นรถไฟ และได้มาเจอนุ้ยที่เป็นคนเลี้ยงวัว จนทั้งสามสนิทสนมกัน สกันต์พาทั้งสองไปอยู่ด้วยกับพ่อที่หาดใหญ่ กนกหลอกใช้สกันต์ส่งยาจนตัวเขาติดยางอมแงม ขณะที่นุ้้ยได้เป็นนักร้องสมใจ สกันต์อายพิมพ์จึงพยายามเลิกยาให้ได้ เขาพาร่างอันทรุดโทรมไปหาแม่ และสัญญาว่าจะเลิกยาให้ได้ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป... ..นี่เป็นหนังดราม่าสะเทือนใจสะท้อนปัญหาสังคม เรื่องยาเสพติด หนังเป็นเจ้าของเพลงประกอบในฉากสุดท้ายคือเพลง"บินหลา"ของวงแฮมเมอร์ ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตในเวลาต่อมา เลือดสุพรรณ(2522) กำกับ-เชิด ทรงศรี แสดงนำ-ไพโรจน์ สังวริบุตร,ลลนา สุลาวัลย์,ส.อาสนจินดา,สุพรรณ บูรณพิมพ์ สมัยอยุธยา ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในสุพรรณบุรี ในงานรื่นเริงประจำปี พวกพม่าได้บุกเข้ามาจับดวงจันทร์ ลูกของนายดวงนางจันทร์ โชคดีเธอได้"ทับ"ทหารไทยหน่วยสอดแนม มาช่วยไว้ระหว่างทาง แต่เพราะความชะล่าใจของชาวบ้าน พวกพม่าได้บุกเข้ามายึดเมืองเข่นฆ่าชาวบ้าน และจับหญิงสาวไปข่มขืน ดวงจันทร์เองก็ถูกจับตัวไปอีกหน เธอต้องตะลึง เมื่อพบว่า ทับ ที่แท้จริงแล้วคือ มังราย นายกองของพม่าที่ปลอมตัวมานั่นเอง แม้จะโกรธและเกลียดมังรายแค่ไหน แต่เมื่อดวงจันทร์เห็นความดีในตัวมังราย แม้จะเป็นคนละชาติ เป็นศัตรูกัน ก็ใจอ่อน เกิดความรักต่างเชื้อชาติ และเพราะมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มังรายปล่อยเชลยศึกทั้งหมด จนตัวเขาเองถูกคำสั่งประหาร ดวงจันทร์และชาวบ้านสุพรรณจึงประกาศสู้ตายกับทการพม่า เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของคนไทย ..หนังเอพิค/ดราม่า ที่ประสบผลสำเร็จในการปลุกความรักชาติขึ้นในใจคนดูและโปรดัคชันที่ยิ่งใหญ่ การแสดงที่ยอดเยี่ยม ทำให้ลลนา สุลาวัลย์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลพระสุรัสวดีประจำปี ๒๕๒๔ ลูกทาส(2522) กำกับ-รพีพร,กำธร สุวรรณปิยะ แสดงนำ-สรพงษ์ ชาตรี,วงศ์เดือน อินทราวุธ,นันทนา เงากระจ่าง คุณน้ำทิพย์ ดอกฟ้าผู้สูงส่ง เธอโน้มกิ่งลงมารักกับลูกทาสที่ชื่อแก้ว หากแต่ทาสผู้ต่ำต้อยก็รู้ดีว่า บุญเจิม ทาสสาวอีกคนเท่านั้น ที่คู่ควรกับเขา แม้คุณน้ำทิพย์จะไม่เคยคิดเรื่องใครสูงต่ำกว่าใครก็ตาม ..จากบทประพันธ์ของรพีพร(ซึ่งร่วมกำกับในเวอร์ชั่นนี้ด้วย) เคยขึ้นจอมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2507 โดยมีไชยา สุริยัน,รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง และพิศมัย วิไลศักดิ์ แสดงนำ กับเวอร์ชันนี้ หนังสร้างได้อย่างถึงในทุกๆทาง ไม่ว่าจะในส่วนของคัสตูมเสื้อผ้า หน้าผม หรือการเลือนักแสดงมารับบทนำ หนังทำให้ผู้ชมเชื่อได้สนิทใจเหมือนเข้าไปอยู่ในบรรยากาศช่วงการเปลี่ยนแปลงเลิกทาสของพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๕ เลยทีเดียว สุดสาคร(2522) สร้าง-จิระบันเทิงฟิล์ม กำกับ-ปยุต เงากระจ่าง หนังการ์ตูนมือวาดบนจอใหญ่ เรื่องแรกของเมืองไทย ผลงานของ อ.ปยุต เงากระจ่าง บรมครูด้านภาพเคลื่อนไหว ที่จับเรื่องราวในวรรณคดีที่ เราทุกคนทราบกันดีเรื่องนี้ ใช้เวลาสร้างกันนานกว่า ๒ ปีเลยทีเดียว ถึงเสร็จออกฉายในวันสงกรานต์ที่ ๑๓ เม.ย. ๒๕๒๒ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
piggygee
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2011, 02:57:59 PM » |
|
fast five สุดยอด
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ed13ed13
|
 |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2011, 03:09:12 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ไม่มีลายเซ็น
|
|
|
|
|
|
pizzazaz
|
 |
« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 12:43:58 PM » |
|
หนุกดีคะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
bigboss
|
 |
« ตอบ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2011, 04:29:29 PM » |
|
ปี 2523 มีหนังไทยเข้าฉาย และขึ้นหิ้งทำเนียบคลาสสิค หลายเรื่องทีเดียว วันนี้ขอเอ่ยถึงสัก 5 เรื่องก่อน แล้วพรุ่งนี้มาต่อกับเรื่องที่เหลือกันนะครับ..
ไกรทอง(2523) กำกับ-สมโพธิ แสงเดือนฉาย แสดงนำ-สมบัติ เมทะนี,สรพงษ์ ชาตรี,อรัญญา นามวงศ์,ดวงชีวัน โกมลเสน,สุพรรษา เนื่องภิรมย์,อำภา ภูษิต
จากนิทานพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จักดี เมื่อชาละวันไล่กัดคนมาจนถึงท่าน้ำเศรษฐีพิจิตร จากนั้นก็คาบเอาตะเภาแก้ว,ตะเภาทองไปทำเมีย เศรษฐีแค้นจัดต้องว่าจ้างไกรทองมาปราบ ..ผู้กำกับสมโพธิทำหนังขายเอฟเฟ็กต์ได้อย่างน่าเชื่อถือ และรวมดาราสุดฮอตของยุคนั้นไว้มากมาย ประเภทคุณสมบัติรับบทชาละวัน,คุณสรพงษ์ รับบทไกรทอง,คุณอรัญญา รับบทวิมาลา,คุณดวงชีวัน รับบทมลายวรรณ,คุณอำภา+สุพรรษา รับบท ตะเภาแก้ว+ตะเภาทอง กับดาราระดับนี้ หนังถึงอยู่ในความทรงจำคนดูมามิรู้ลืม
เงินปากผี(2523) กำกับ-ชนะ คราประยูร แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมย์,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,สุเชาว์ พงษ์วิไล,ล้อต๊อก,นิภาพร นงนุช
กับความเชื่อของคนสมัยนั้น ว่าเมื่อมีใครตายต้องเอาเงินใส่ไว้ในปากเพื่อนำเอาไปใช้ในยมโลก ชุมชนที่มีวัดกับโรงเรียนเป็นศูนย์กลางของชาวชนบท ก่อเกิดเรื่องราวน่ากลัวปนตลก โดยเฉพาะบทสัปเหร่อของบรมครูล้อต๊อก ที่ไม่ว่าผีหน้าไหนก็ทำให้แกเกรงกลัวไม่ได้ ยกเว้น..เมีย
อุกาฟ้าเหลือง(2523) กำกับ-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล แสดงนำ-ยมนา ชาตรี,อรวรรณ เชื้อทอง,ส.อาสน จินดา,กิตติ ดัสกร,โสธร รุ่งเรือง
พ่อเฒ่าหลัก เป็นคนเก่าหัวโบราณ แต่เข้าใจวิถีชีวิตชาวเลเป็นอย่างดี แกทำประมงแบบอนุรักษ์ธรรมชาติมานานเน จวบกระทั่งมีกลุ่มนายทุน ใช้เครื่องทุ่นแรง มาปรับเปลี่ยนวิธีทำมาหากินของคนในท้องถิ่น เช่นอวนลาก หรือการวางระเบิด แม้กระทั่งคนหนุ่มสาวอย่าง ซำ หรือดอกไม้ ก็หลงผิด ไปกับความยั่วยวนที่ว่า และกว่าพวกหัวสมัยใหม่ทั้งหลาย จะรู้ดีว่าสู้กับธรรมชาตินั้น ไม่มีวันเอาชนะมันได้ ก็สายเกินไป ดั่งเช่นชื่อหนัง อุกาฟ้าเหลือง ..หนึ่งในผลงานคุณภาพและสร้างสรรค์สังคมสุดๆของท่านมุ้ยเรื่องนี้ ได้รับเสียงวิจารณ์ว่า ยอดเยี่ยมเป็นที่สุดเมื่อครั้งหนังเข้าโรงฉาย โดยเฉพาะเนื้อหาที่แม้ทุกวันนี้ก็ยังเป็นสิ่งทีึ่ดูทันสมัยกับเรื่องราวแนวรักษ์โลก ที่เราเฝ้ารณรงค์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน (ประสบการณ์การดูหนังเรื่องนี้ของผมก็คือ คืนที่หนังมาปิดวิกล้อมผ้าฉาย พอดูไปถึงฉากพายุถล่มหมู่บ้าน ฝนเจ้ากรรมก็ดันเทลงมาพร้อมพายุ ทำเอาจอหนังที่ขึงไว้ ปลิวกระจาย อดดูฉากไคลแม็กช์ไปเลยครับ)
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่(2523) กำกับ-พงษืศักดิ์ จันทรุกขา แสดงนำ-ปิยะ ตระกูลราษฎร์,วาสนา สิทธิเวช,สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต
กับเนื้อเรื่องที่เราคุ้นกันดี ของชายโมโหหิว กับแม่ผู้น่าสงสาร ผู้กำกับพงษ์ศักดิ์ เล่าเรื่องราวชนบทได้อย่างเข้าใจ หนังได้รุ่นครูอย่างป้า สุลาลีวัลย์ มารับบท เรียกคะแนนสงสาร จนกลายเป็นหนังที่ทำเอาคนดูบ่อน้ำตาตื้นทั้งหลาย ใช้ทิชชูหมดไปหลายม้วนทีเดียว
อารีดัง(2523) สร้าง-ไฟว์สตาร์ กำกับ-แจ๊สสยาม แสดงนำ-จตุพล ภูอภิรมย์,สาวนา สิทธิเวช,ไกรลาศ เกรียงไกร,ซอง ซุน มี
ความโดดเด่นของหนังคือ การใช้โลเกชั่นเกาหลี ในการถ่ายทำ รวมถึงนักแสดงเกาหลีแท้ๆเองด้วย หนังเล่าเรื่องราวในช่วงที่เกาหลีเหนือรุกรานเกาหลีใต้ ในปี พ.ศ.2493 และพระเอกถูกส่งตัวไปช่วยรบ จนกระทั่งพบรักจนถึงขั้นแต่งงานกันกับสาวท้องถิ่น ณ.เมืองอารีดัง ในขณะที่ตัวพระเอกต้องกลับเมืองไทย โดยสัญญาว่า อีกสามเดือนเขาจะกลับไปใหม่ กลายเป็นว่า สามปีให้หลัง เมื่อเขากลับไปเกาหลี ต้องได้ของขวัญเป็นลูกกระสุนจากปากกระบอกปืนของพ่อตาแทน ในขณะที่ เมียรักชาวเกาหลีก็ต้องกลายเป็นศพอยู่ใต้ซากกองหิมะ ..ตอนที่หนังออกฉาย สาวน้อยน่ารัก อย่าง ซอง ซุน มี เป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมาก รวมถึงฉากหลังสวยๆของประเทศเกาหลี และเพลงธีม ประกอบภาพยนตร์ ที่กลายเป็นเพลงฮิตอมตะเพียงชั่วข้ามคืน(ใครจะเชื่อว่า เทรนด์เกาหลี มันฮิตมาร่วมๆ 30 กว่าปีแล้วนะจ๊ะ)
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
endoo108
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 03:40:56 AM » |
|
 หนังเก่าๆ ที่สวย ๆ ต้องเป็นคนที่รักหนัง และมีเวลามากพอจริงๆ ไปนั่งดูหนังคลาสิคพวกนี้ 
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
vtkop
|
 |
« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 01:04:35 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|